@rodricklazarev
Profile
Registered: 32 seconds ago
ปรากฏการณ์ "ปั่น" บนเฟซบุ๊ก: พลวัตของวาทกรรมดิจิทัลในสังคมไทยร่วมสมัย
ในยุคที่สื่อสังคมออนไลน์กลายเป็นพื้นที่สาธารณะหลักสำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การเคลื่อนไหวทางสังคม และการสร้างวาทกรรม คำว่า "ปั่น" ได้ปรากฏขึ้นเป็นศัพท์แสงสำคัญที่สะท้อนพลวัตอันซับซ้อนของวัฒนธรรมดิจิทัลไทย โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มอย่างเฟซบุ๊ก การ "ปั่น" ในบริบทนี้มิได้หมายถึงการหมุนหรือการปั่นจักรยาน แต่หมายถึงการกระทำที่มุ่งสร้างหรือขับเคลื่อนกระแสข้อมูล บทสนทนา หรือภาพลักษณ์อย่างรวดเร็วและเข้มข้นผ่านการมีส่วนร่วมของผู้ใช้จำนวนมาก ซึ่งอาจเกิดจากเจตนาที่หลากหลาย ตั้งแต่การตลาด การเมือง ไปจนถึงการเคลื่อนไหวทางสังคม
(image: https://scontent.fbkk29-7.fna.fbcdn.net/v/t39.30808-6/592150592_122103866679138633_6803899764104907134_n.jpg?_nc_cat=108&ccb=1-7&_nc_sid=127cfc&_nc_eui2=AeE7iLc6hc3hfj1QD3WDfQ_-PTMDUYj3Yjc9MwNRiPdiN7qP3YfjScPP9UAQBa0lkGJ_qgfRpg-nRJGb74UPXxTx&_nc_ohc=rOnMiwEsvOoQ7kNvwHU3q90&_nc_oc=Adl76Zp2J702mnUixNqQkXKIfYL1zQSS7FupXgyL8C098zBNfa-oWlPEr5bfKo98Rrg&_nc_zt=23&_nc_ht=scontent.fbkk29-7.fna&_nc_gid=ZTBBEWnDa9BujUOaXAcFFg&oh=00_Afnv-AdAS96Tm7L09Mxsr9pQiY--NgTPy0rYiaiidYQVQg&oe=6950DBBF)
รากฐานของพฤติกรรมการ "ปั่น" บนเฟซบุ๊กสามารถพิจารณาได้ผ่านแนวคิดทางสังคมวิทยาและสื่อศึกษา ประการแรก คือ แนวคิดเรื่อง "เศรษฐกิจความสนใจ" (Attention Economy) ในสภาพแวดล้อมที่ข้อมูลล้นเกิน ความสนใจของผู้ใช้กลายเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุด การ "ปั่น" คือ กลยุทธ์หนึ่งเพื่อแย่งชิงพื้นที่ในฟีดข่าวและในจิตสำนึกของผู้คน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ การปั่นแฮชแท็ก (Hashtag) เพื่อให้ประเด็นหนึ่งๆ ขึ้นเทรนด์ สร้างความรู้สึกว่ากำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวาง กระบวนการนี้มักอาศัยการทำงานร่วมกันของเครือข่ายผู้ใช้ ทั้งที่เป็นองค์กรและปัจเจกบุคคล ที่ประสานเวลาและเนื้อหาเพื่อเพิ่มปริมาณการมีส่วนร่วมในระยะเวลาสั้นๆ
ประการที่สอง การ "ปั่น" สัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับแนวคิด "การสร้างวาทกรรม" (Discourse Formation) ของฟูโกต์ วาทกรรมไม่ใช่เพียงการพูดถึงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง แต่คือระบบของความคิดที่สร้างความจริงและความหมายในสังคมช่วงเวลาหนึ่ง เฟซบุ๊กในฐานะพื้นที่ผลิตวาทกรรม การปั่นคือเครื่องมือเร่งปฏิกิริยาที่ทำให้ชุดความคิดบางอย่างถูกผลิตซ้ำ ขยายผล และกลายเป็น "ความจริง" ในสายตาของผู้ใช้กลุ่มหนึ่งในเวลาอันรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น การปั่นข้อมูลทางการเมืองหรือประเด็นสังคมเฉพาะหน้า สามารถสร้างกรอบการรับรู้ (Framing) ที่ทรงพลัง ซึ่งบางครั้งอาจละเลยบริบทหรือความถูกต้องเชิงข้อเท็จจริงไป
นอกจากนี้ กลไกของแพลตฟอร์มเฟซบุ๊กเองก็เป็นปัจจัยส่งเสริมพฤติกรรมการปั่น อัลกอริทึมที่ให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่มีอัตราการมีส่วนร่วมสูง (เช่น การกดไลค์ แชร์ คอมเมนต์) สร้างแรงจูงใจให้ผู้ผลิตเนื้อหาออกแบบกลยุทธ์เพื่อ "ปั่น" สถิติเหล่านี้ การใช้เนื้อหาที่เร้าอารมณ์ (emotional content) การโพสต์ซ้ำๆ ในกลุ่มต่างๆ หรือการสร้างเรื่องราวที่กระตุ้นให้เกิดการโต้เถียง (engagement bait) ล้วนเป็นเทคนิคที่พบเห็นได้ทั่วไป การปั่นจึงไม่เพียงเป็นพฤติกรรมของผู้ใช้ แต่ยังถูกกำหนดโดยโครงสร้างทางเทคนิคของแพลตฟอร์มที่แสวงหาการมีส่วนร่วมสูงสุด
ในมิติทางสังคมและการเมืองไทย การ "ปั่น" บนเฟซบุ๊กแสดงบทบาทที่สองด้านอย่างชัดเจน ด้านหนึ่ง มันเป็นเครื่องมือสำหรับการระดมพลทางสังคม (social mobilization) ให้กับกลุ่มคนที่ขาดอำนาจในการเข้าถึงสื่อหลัก กลุ่มกิจกรรมหรือประชาชนสามารถปั่นประเด็นให้เป็นที่สนใจ สร้างแรงกดดันสาธารณะ หรือแสดงออกถึงการสนับสนุนอย่างกว้างขวาง ตัวอย่างเช่น การเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือประเด็นสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม อีกด้านหนึ่ง การปั่นก็อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการโฆษณาชวนเชื่อ (propaganda) สร้างภาพลักษณ์ หรือโจมตีฝ่ายตรงข้ามผ่านการแพร่กระจายข้อมูลที่อาจไม่ถูกต้องหรือข้อมูลบิดเบือน (disinformation) สงครามการปั่นระหว่างกลุ่มการเมืองต่าง ๆ บนเฟซบุ๊กได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์ทางการเมืองไทย ซึ่งสะท้อนความขัดแย้งและความแตกแยกในสังคมออกสู่พื้นที่ดิจิทัล
ผลกระทบทางจิตวิทยาของวัฒนธรรมการ "ปั่น" ก็เป็นประเด็นน่าศึกษา การถูกห้อมล้อมด้วยเนื้อหาที่ถูกปั่นอย่างต่อเนื่องอาจนำไปสู่ "ความเหนื่อยล้าจากข่าวสาร" (news fatigue) หรือความรู้สึกหวาดระแวง (cynicism) ต่อข้อมูลที่ได้รับ ผู้ใช้อาจรู้สึกว่าพื้นที่สาธารณะออนไลน์เต็มไปด้วยการจัดแสดง (performance) มากกว่าการสนทนาอย่างแท้จริง นอกจากนี้ เอฟเฟกต์ของห้องเสียงสะท้อน (echo chamber) และฟองสบู่กรอง (filter bubble) ยังถูกเสริมพลังโดยการปั่น เนื่องจากอัลกอริทึมจะแสดงเนื้อหาที่คล้ายคลึงกันให้กับผู้ที่มีปฏิกิริยาต่อมันอยู่แล้ว ทำให้มุมมองหนึ่งถูกขยายจนกลบมุมมองอื่นๆ และขัดขวางการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่หลากหลาย
เมื่อมองไปข้างหน้า ปรากฏการณ์การ "ปั่น" บนเฟซบุ๊กและสื่อสังคมอื่นๆ คงจะยังพัฒนาต่อไปควบคู่กับเทคโนโลยีและบริบทสังคม คำถามสำคัญคือ สังคมไทยจะพัฒนาความสามารถทางดิจิทัล (digital literacy) เพื่ออยู่ร่วมกับปรากฏการณ์นี้ได้อย่างไร ผู้ใช้จำเป็นต้องมีทักษะในการคิดวิเคราะห์ แยกแยะระหว่างการขับเคลื่อนประเด็นอย่างแท้จริงกับการปั่นที่มุ่งจัดการความสนใจ ตลอดจนเข้าใจกลไกของแพลตฟอร์มที่ตัวเองใช้ ในขณะเดียวกัน ผู้กำกับดูแลนโยบายและแพลตฟอร์มเองก็ต้องหาจุดสมดุลระหว่างการปกป้องเสรีภาพในการแสดงออกกับการลดทอนผลเสียจากการปั่นข้อมูลที่เป็นเท็จหรือมุ่งทำลาย
สรุปได้ว่า การ "ปั่น" บนเฟซบุ๊กเป็นมากกว่าคำสแลง流行语 มันเป็นปรากฏการณ์ที่เปิดเผยแก่นกลางของการสื่อสารในยุคดิจิทัล นั่นคือ การต่อสู้เพื่อกำหนดความหมายและความจริงในพื้นที่สาธารณะใหม่ มันสะท้อนทั้งศักยภาพในการรวมพลังของประชาชนและความเสี่ยงจากการถูกชี้นำโดยวาทกรรมที่ถูกเร่งและขยายผลโดยไม่มีการไตร่ตรอง การทำความเข้าใจพลวัตของการปั่นจึงเท่ากับการทำความเข้าใจพลัง อำนาจ และความเปราะบางของสังคมเครือข่ายในยุคปัจจุบัน ซึ่งเป็นก้าวสำคัญสู่การสร้างพื้นที่ออนไลน์ที่ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางปัญญาอย่างมีคุณภาพมากกว่าการแค่เพิ่มปริมาณการมีส่วนร่วมอย่างฉาบฉวย
If you adored this information in addition to you want to obtain guidance concerning ปั้นแฟนเพจ i implore you to pay a visit to the site.
Website: https://www.facebook.com/seoinw1
Forums
Topics Started: 0
Replies Created: 0
Forum Role: Participant